สกู๊ปพิเศษ : ไทย-ฮูลิแกน บอลแพ้ คนไม่แพ้
สธ.เตือนโรคคันตีนระบาดไทย ป่วยหนักอาจถึงขั้นรุมตึ้บแดง
“พัลลภ-จตุพร” เลิกกัดกันแล้ว!! “จิ๋ว” คอนเฟิร์ม อุบ “นช.แม้ว” สายตรงเคลียร์
“ยะใส” เชื่อ “พัลลภ-เสธ.แดง” เผลอไปแย่งซีน เจอโรคอิจฉากำเริบ
“เศษแดง” ต๊องเข้าขั้น! ตั้ง “ไอ้ตู่” นั่งนายกฯ ชั่วคราว
ผวาพรรคพัง “เพื่อแม้ว” ตัดหาง “เสธ.แดง-พัลลภ”
"แม้ว" ทนได้!! สุดด้านแม้โดนด่ารายวัน ทวิตยกหางตัวเองเสื้อแดงรัก ยินดีสู้ต่อ
Recent Comment
สุรชัย เเซ่ด่านเมื่อก่อนเป็นโจร
Recent Trackback
대한민국 16대 대통령 노무현[16th President of Republic Of Korea Roh Moo Hyoun]
The Declaration to The National State of Affairs by Bloggers in Korea
Tag Clouds
เว็บไซด์ \"ไอ้แม้ว\" สำหรับชาวต่างชาติ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
วันนี้14
เมื่อวาน32
ทั้งหมด (UIP)12,173
แผน 10 ปีสร้างไทยลีกขึ้นหัวแถวระดับเอเชีย
ไทยพรีเมียร์ลีก 2009-06-24, 15:17:18
กกท. ขานรับกระแสลูกหนัง ไทยพรีเมียร์ลีก ที่กำลังบูมสุดขีด เตรียมผนึกกำลัง สมาคมลูกหนังไทย จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี สร้างลีกสูงสุดของเมืองไทย เป็นลีกอาชีพที่แข็งแกร่ง ขึ้นชั้นแนวหน้าระดับเอเชีย และก้าวสู่ระดับโลก เริ่มสตาร์ตตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553-2562 รองผู้ว่ากกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ พีระ ฟองดาวิรัตน์ เป็นโต้โผใหญ่ลุยเอง เตรียมทำแผน เสนองบก้อนโต ราว 180 ล้านบาท เชื่อได้รับไฟเขียว มาช่วยหนุนศึก ไทยพรีเมียร์ลีก ให้แข็งแกร่งขึ้นแน่นอน

การกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะองค์กรที่กำกับดูแลแวดวงกีฬาของประเทศไทย ขานรับกระแสลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ที่ในฤดูกาล 2009 ปี พ.ศ. 2552 ได้รับความสนใจจากแฟนบอลอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทุกสนาม ที่มีการแข่งขันเตรียมจับมือสมาคมฟุตบอลจัดทำแผนยุทธศาสตร์วางโครงสร้างให้เป็นลีกอาชีพเต็มตัวในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีนับจากปี 2553-2562 โดยเตรียมจัดสัมมนาใหญ่ 2 วัน 24-25 มิ.ย. นี้เพื่อเผยแผนปฎิบัติให้บรรลุถึงความเป็นลีกชั้นหัวแถวของเอเชียให้ได้

กับเรื่องดังกล่าวนี้ นสพ.สยามกีฬาได้รับการเปิดเผยจาก พีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาและอาชีพและสิทธิประโยชน์ ในฐานะผู้บุกเบิกแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวว่า ระหว่าง 24-25 มิ.ย. นี้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยจะร่วมมือกับสมาคมฟุตบอล จัดสัมมานาการวิพากษ์แผนยุทธศาสตร์กีฬาฟุตบอลอาชีพแห่งชาติขึ้น ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์

โดยวันเปิดการสัมมานา 24 มิ.ย. นี้ จะมี ผู้ว่ากกท. นายกนกพันธ์ จุลเกษม มาเป็นประธานซึ่งการสัมมนาดังกล่าวนั้น จะเชิญผู้บริหารสมาคมฟุตบอลพร้อมตัวแทนของทั้ง 16 สโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก รวมถึงผู้บริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะกองแข่งขันกีฬาอาชีพมาหารือร่วมกัน

ประกอบด้วย การพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรกีฬาและการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก, การเสริมสร้างศักยภาพกีฬาฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก สู่ความเป็นเลิศในระดับเอเชีย, การพัฒนาสมรรถภาพและรายได้ แก่บุคลากรกีฬาฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก และการพัฒนาฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ให้เป็นกีฬายอดนิยมและสร้างความสุขแก่สังคม

รองผู้ว่า กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ นายพีระ กล่าวเพิ่มอีกว่า "ปัจจุบันทางเอเอฟซี หรือสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารฟุตบอลของสมาชิกชาติต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียมีโปรเจ็กต์ วิชั่นเอเชีย เพื่อเน้นการพัฒนาฟุตบอลของชาติในเอเชีย

"ขณะที่สมาคมฟุตบอลไทยเราเอง ก็มีโครงการวิชั่นไทยแลนด์ เพื่อให้สอดคล้องกับทางเอเอฟซี แต่ทั้ง 2 โปรเจ็กต์นั้นยังเป็นภาพรวมที่กว้างเกินไป ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยที่เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่กำกับดูแล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีหน้าที่ดูแลด้านการกีฬาของประเทศไทย

โดยเฉพาะกับฝ่ายกีฬาอาชีพอาชีพและสิทธิประโยชน์ รวมถึงกองแข่งขันกีฬาอาชีพ จึงต้องการทำกรอบในเรื่องการพัฒนาฟุตบอลลีกในประเทศ โดยเฉพาะลีกสูงสุดอย่างไทยพรีเมียร์ลีกให้แคบขึ้นจึงจะจัดสัมมนาขึ้นมา โดยเราจะนำตัวร่างที่ทางการกีฬาได้เตรียมไว้มาพูดคุยกับตัวแทนทั้ง 16 สโมสรของไทยพรีเมียร์ลีก และผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลว่า คิดเห็นอย่างไรกับแผนที่ว่ามีตรงไหนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม

ประเด็นหลักที่เราต้องทำแผนดังกล่าวขึ้นมา นอกเหนือจากเพื่อพัฒนาลีกฟุตบอลแล้ว ก็คือเราต้องการให้ผู้ที่จะมีอำนาจตัดสินใจในการอนุมัติงบประมาณ มาให้ใช้ในการดำเนินการบริหารฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก คือสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในการที่จะให้การอนุมัติงบประมาณมาสนับสนุนฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ปี 52 ที่อยู่ระหว่างพักเลก

ในขณะนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครปฎิเสธแน่ ว่ากระแสที่ออกมาดีเกินคาดหมาย โดยเฉพาะการตอบรับจากแฟนบอลมากมายหลายๆ สนามซึ่งปี 52 นี้เราได้จัดสรรงบที่รัฐบาลให้มากับสมาคมฟุตบอลไทยไป 70 กว่าล้านบาท รวมทุกลีกซึ่งถือว่าเป็นเงินไม่มาก แต่โครงสร้างแผนยุทธศาสตร์ที่เราจะสัมมนากัน 2 วันคือ 24-25 มิ.ย. นี้ น่าจะทำให้โอกาสที่จะได้เงินจากรัฐบาลมาสนับสนุนได้มากขึ้น

ซึ่งปี 53 นั้นเราได้ทำเรื่องเสนอขอไป 180 ล้านบาทด้วยกัน เฉพาะกีฬาฟุตบอลอย่างเดียว ผมมั่นใจว่าฟุตบอลลีกของไทย โดยเฉพาะไทยพรีเมียร์ลีกนั้น ปัจจุบันกำลังเดินหน้าไปได้สวย และไม่น่าจะมีปัญหากับการได้รับการสนับสนุนเม็ดเงินจากรัฐบาลแน่ โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวในกรอบ 10 ปีนี้ ผลที่เราจะได้กลับมาน่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่เราวางไว้คือ ไทยพรีเมียร์ลีก จะเป็นลีกแข็งแกร่งทัดเทียมลีกใหญ่ๆ ของหัวแถวของเอเชียเช่น เจลีก ของญี่ปุ่น, เคลีก ของเกาหลีใต้, เอลีก ของออสเตรเลีย ฯลฯ ได้แน่นอน"






ที่มา http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/090623_125.html
Post by: Pati | 2009-06-24, 15:17:18
(0)