โสมขาว-โสมแดง ฟุตบอล-การเมือง คนละเรื่องเดียวกัน | All Blog Thai

วันนี้13

เมื่อวาน32

ทั้งหมด (UIP)12,172

  • ขณะที่โลกกำลังระทึกต่อวิกฤตการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจาก คิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือเกิดบ้าเลือดเดินหน้าทดลองอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ขนาดลูกพี่จีนกับรัสเซียแสดงทีท่าไม่พอใจ เกาหลีเหนือก็ไม่สน แถมยังขู่ด้วยว่าจะยิงถล่มรัฐฮาวาย จน บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องออกมาประกาศว่าประเทศไอก็พร้อมรับมือเหมือนกัน

     ในช่วงใกล้เคียงกัน โซนเอเชียเราก็ได้ตัวแทน 4 ประเทศไปฟาดแข้งฟุตบอลโลกปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ อันประกอบด้วย ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือ

    งานนี้จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ (เพราะบอลไทยก็ยังไม่ได้ไปบอลโลกตามเคย) ถ้าไม่ใช่เพราะเกาหลีเหนือเกิดเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกพร้อมกับเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการบุกไปเสมอถึงบ้านซาอุดิอาระเบีย เราต่างก็รู้กันอยู่ว่าคนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้อันที่จริงก็เป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน แต่เพราะความยึดมั่นทางการเมืองแบบหน้ามืดและความกระหายอำนาจแบบตามัว จึงทำให้คนแผ่นดินเดียวกันต้องถูกแยกขาดจากกันที่เส้นขนานที่ 38

    ในอดีตฟุตบอลเคยเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเกาหลีเหนือ แต่ถูกแบนโดยผู้นำเกาหลีเหนือ เมื่อทีมเกาหลีเหนือไปแพ้ให้กับทีมคู่แข่งคู่อาฆาตอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 1994 เกาหลีเหนือกลับมาแข่งขันฟุตบอลนานาชาติอีกครั้งในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่กรุงเทพฯ ในปลายปี 1999 แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการแข่งฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และปี 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

    อย่าทำเป็นเล่นไป เห็นเกาหลีเหนือเป็นแบบนี้ แต่เมื่อปี 1966 เกาหลีเหนือเคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกที่อังกฤษมาแล้ว แถมเชือดมหาอำนาจลูกหนังอย่างอัสซูรี-ทีมชาติอิตาลี 1-0 เข้าไปเจอกับโปรตุเกสในรอบควอเตอร์ไฟนอล
           
           ลองมาดูกันว่าการเมืองเรื่องฟุตบอลหนนี้จะเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างไรบ้างต่อวิกฤตการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี แล้วตัวแทนเอเชีย 2 ประเทศนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนในสมรภูมิบอลโลก


     เกาหลีเหนือ–เกาหลีใต้ ในสายตาคนกีฬา

     ก่อนอื่นใด เราไปสำรวจฝีแข้งของสองเกาหลีกันดูก่อนว่าจะมีแววกันสักแค่ไหน ผ่านการวิเคราะห์ของ ธีรพัฒน์ อัครเศรณี บรรณาธิการข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ที่อธิบายถึงสาเหตุของการที่เกาหลีเหนือทะลุเข้าไปสู่รอบสุดท้ายในปี 1966 ว่า
           
           “เป็นเพราะมาตรฐานของฟุตบอลสมัยนั้นมันไม่แข็งเหมือนในสมัยนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่มีลีกแข้มแข็งก็สามารถเข้าไปรอบสุดท้ายได้ เพียงแค่มีการเตรียมทีมดีๆ ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ
           
           “แต่ในปัจจุบันคงไม่ได้แล้วเพราะมาตรฐานสูงขึ้นมาก และการที่ทีมจะไปได้ดีไหม มันเป็นเรื่องของเจนเนอเรชั่นด้วย คือในยุคหนึ่งๆ ถ้ามีผู้เล่นดีๆ เกิดมาพร้อมๆ กันในทีมสักสามสี่คนก็สามารถเป็นแกนหลักในทีมได้ สามารถเป็นเป็นกระดูกสันหลัง แต่ถ้าในทีมมีคนเก่งแค่คนเดียวหรือสองคนนั้นก็ไม่เพียงพอ จะต้องมีมากกว่านั้น และต้องเล่นด้วยกันได้ ผู้เล่นที่เหลืออาจเป็นแค่ตัวประกอบ ซึ่งถ้ามีฝีมือก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่
           
           “ฟุตบอลไม่ใช่การปั้นนักแตะที่เก่งทั้ง 11 คน แต่มีสามสี่คนที่เก่งและเพื่อนร่วมทีมที่ฟิตพร้อมวิ่ง สู้ ฟัดก็พอแล้ว ทั้งยังต้องมีผู้จัดการทีมที่ดีที่มาดูแลเรื่องกลยุทธ์ ซึ่งถึงแม้ว่าเป็นรอง แต่เราก็เล่นอย่างเป็นรอง”
           
           ดังนั้น การที่ทีมเกาหลีเหนือทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
           
           “ทุกวันนี้ที่เกาหลีเหนือมีทีมที่ดี เพราะว่ามีนักเตะส่วนหนึ่งไปค้าแข้งที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในเชิงกีฬานั้นเป็นไปได้ แล้วเขาก็กลับมาเล่นให้ทีมชาติตัวเอง
           
           “มาตรฐานฟุตบอลของเกาหลีเหนือสูงขึ้นเร็วมาก มีแววมาตั้งแต่สี่ปีที่แล้ว ในตอนนั้นเกาหลีเหนือเข้ารอบลึกในการแตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แต่มาพีคในช่วงปีนี้ มันเป็นเรื่องจังหวะด้วย ถ้าทีมเราดีขึ้นในขณะที่ทีมอื่นๆ อ่อนแรงลง ก็มีโอกาสได้เข้ารอบสูง ส่วนสไตล์การเล่นของเกาหลีเหนือจะคล้ายกับเกาหลีใต้ คือเล่นด้วยทีมเวิร์คและพละกำลัง ทุกคนขยันหมด เล่นลูกสั้นเป็นส่วนมาก และมันก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นทีมเป็นอย่างไรด้วย ผู้จัดการต้องมองขาดด้วยว่าทีมจะต้องเล่นแบบไหน วัฒนธรรมอาจจะมีส่วน อย่างบราซิลเขาเล่นบอลจังหวะ สวยงาม เพราะคนบ้านเขาเป็นอย่างนั้น ส่วนเกาหลีทั้งเหนือและใต้นั้น เป็นพวกมุ่งมั่นจริงจัง
           
           “อีกอย่างก็ต้องขอบคุณเกาหลีใต้ที่เขาไปยันเสมอกับอิหร่านนัดสุดท้าย เลยจูงมือกันเข้ารอบไปกับเกาหลีเหนือซึ่งเสมอกับซาอุดิอาระเบีย เพราะเกาหลีใต้เล่นแพ้ชนะอย่างไรก็เข้ารอบไปแล้ว แต่นี่เขามีสปิริต เล่นเต็มที่”
           
           แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า การเดินทางออกนอกประเทศของประชากรเกาหลีเหนือนั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด เมื่อทีมชาติของตัวเองได้เข้าไปแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แล้วใครล่ะจะสามารถออกนอกประเทศตามไปเชียร์?
           
           “คนที่จะมาเชียร์เกาหลีเหนือในบอลโลกก็น่าจะมีแต่คนเกาหลีใต้ เพราะคนเกาหลีเหนือนั้นออกนอกประเทศลำบาก คนเกาหลีใต้ก็จะนึกว่าอย่างน้อยก็ยังเป็นคนเกาหลีด้วยกัน คนเกาหลีเขาก็รู้สึกว่าเป็นเกาหลีเดียวกันแหละ แต่ระบบการเมืองการปกครองต่างหากที่แยกพวกเขาออกจากกัน สมัยก่อนก็มีเยอรมันตะวันออก กับเยอรมันตะวันตก แต่สุดท้ายแล้วก็มารวมประเทศกัน ในปี 1974 เยอรมันตะวันตกและตะวันออกก็เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเหมือนกันทั้งคู่ ตอนนั้นก็น่าจะคล้ายๆ กันกับในกรณีนี้ ในสำนึกของคน เขาก็รู้สึกว่าเป็นประเทศเดียวกัน เรื่องพรรค์นี้มีจุดจบอยู่สองแบบ อย่างแรกคือจะมารวมประเทศกันในที่สุด และอีกอย่างก็คือแยกประเทศกันไปเลย”
           
           ถ้าถามถึงในแง่ของฝีไม้ลายมือ แม้ไม่ใช่คอบอลพันธุ์แท้ ก็สามารถตอบได้ว่าระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ใครมีภาษีดีกว่ากัน
           
           “ด้านฝีมือและประสบการณ์นั้นเกาหลีใต้จัดเจนกว่าเยอะ มีนักเตะเก่งๆ ในจำนวนที่เยอะกว่าเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้มีโอกาสได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากโค้ชต่างชาติ ดังนั้น จึงเทียบกันไม่ค่อยได้ แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เกาหลีเหนืออยู่ในฐานะม้ามืด เพราะไม่ได้เข้ารอบบอลโลกมานานแล้ว คนจะจับตามองว่ามาได้อย่างไร? เป็นใคร? เสื้อทีมชาติสีอะไร? ถ้ามองจากมุมของพวกยุโรปก็ยิ่งไม่รู้จักฟุตบอลของประเทศนี้เข้าไปใหญ่”
           
           ส่วนชะตากรรมของม้ามืดตัวนี้จะไปได้ไกลขนาดไหน คนรักกีฬาอย่างธีรพัฒน์ให้ความเห็นว่า คนเอเชียต้องเอาใจช่วยกันอย่างสุดแรง ถ้ามีปาฏิหาริย์ทีมเล็กๆ จากเอเชียก็อาจจะทำได้ดีกว่าที่คิด
           
           “สำหรับเกาหลีเหนือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ได้เข้ามาถึงรอบสุดท้าย แต่ก็ต้องลุ้นว่าจะเก็บแต้มได้หรือไม่ ได้สักคะแนนก็เก่งแล้ว ส่วนเกาหลีใต้ก็มีโอกาสลุ้นเข้ารอบสอง”
           
           ในเวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีโอกาสมาเจอกันน้อยมาก แต่ถ้ามันเกิดขึ้น ก็ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองทีมจะพกพาความคิดแบบใดลงสนาม แต่ในสายตาของคนกีฬาแล้ว การเมืองก็คือเรื่องการเมือง กีฬาก็เป็นเรื่องกีฬาไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
           
           ถ้าทั้งสองทีมมาเจอกันบนเวทีบอลโลก เกาหลีใต้เขาไม่คิดอะไรหรอก เพราะว่าเขาผ่านมาเยอะแล้ว เจอใครก็เหมือนกัน แต่เกาหลีเหนืออาจจะมีบ้างที่อยากจะโค่นเกาหลีใต้ลง
           
           “แต่สุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องของกีฬา มันอยู่ในสนามฟุตบอลที่ถือปืนลงไปไม่ได้ ผู้นำลงไปเล่นด้วยไม่ได้ นักกีฬาก็คือนักกีฬา”


     

     

    เชียร์ไม่แบ่งสี-เสียงสะท้อนจากคนเกาหลี (ใต้)

    ในความรู้สึกของคนเกาหลีเอง การเข้ารอบพร้อมกันครั้งนี้ก็เป็นที่น่าจับตาไม่น้อยว่ากีฬาจะสามารถเชื่อมรอยร้าวของสองประเทศที่เคยเป็นชาติเดียวกันมาก่อนได้หรือไม่?
           
           เราจะพาไปฟังเสียงสะท้อนจากคนเกาหลีแท้ๆ ที่แม้จะอยู่คนละประเทศ แต่ก็สามารถส่งใจเชียร์ (ฟุตบอล) ร่วมกันได้
           
           จี วอน ชอล ชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยผู้หนึ่งแสดงความเห็นว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ค่อยดี กีฬาอาจจะมีส่วนช่วยลดความขัดแย้งได้ ถึงแม้ว่าโดยมุมมองของคนเกาหลีใต้อย่างเช่นตัวเขาเอง จะมองว่าเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เป็นคนละประเทศ คนละสัญชาติกันแล้ว แต่ถ้าให้เลือกให้ความช่วยเหลือประเทศไหนในเอเชีย เขาก็จะเลือกช่วยเกาหลีเหนือก่อน
           
           “คนเกาหลีใต้ทั้งหมดส่วนใหญ่จะดีใจกับการที่ได้ไปฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยกัน เพราะเป็นการเข้ารอบสุดท้ายไปแข่งด้วยกันเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 40 กว่าปีก่อน เกาหลีเหนือเคยผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาครั้งหนึ่ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ไปแข่งพร้อมกัน อย่างน้อยเกาหลีเหนือก็น่าจะรู้สึกดีกับประเทศเกาหลีใต้มากขึ้น เพราะเกาหลีใต้เอาชนะอิหร่าน เกาหลีเหนือจึงได้ผ่านเข้ารอบคัดเลือกรอบสุดท้ายไปแข่งฟุตบอลโลก ในฐานะที่เป็นคนเกาหลีใต้ ผมก็เชียร์ทั้งสองทีม และหวังว่าเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้จะชนะด้วยกันทั้งคู่” จี วอน ชอล กล่าว
           
           ทางด้าน ฮุน ชิก ชิม ชาวเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้บริหารศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี-เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการเมืองระหว่างประเทศระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ เป็นปัญหาระหว่างประเทศ แต่สำหรับคนเกาหลีทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเกาหลีเหนือหรือเกาหลีใต้ ก็ยังเป็นคนเกาหลีเหมือนกัน ไม่ว่าใครจะได้เข้าไปชิงแชมป์ฟุตบอลโลกเขาก็เชียร์ทั้งนั้น
           
           “ต่อให้ประเทศทะเลาะกัน แต่เราก็ยังเป็นคนเกาหลีเหมือนกัน กีฬาไม่ได้เป็นตัวแปรที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นได้ เพราะนั่นต้องขึ้นอยู่กับผู้นำและรัฐบาลของประเทศเกาหลีเหนือ”
           
           ฮุน ชิก ชิม กล่าวต่อไปว่า การที่เกาหลีเหนือปิดประเทศทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ ของเกาหลีเหนือ ดังนั้น การที่เกาหลีเหนือสามารถผ่านการคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้ได้ เขายอมรับว่าทีมฟุตบอลของเกาหลีเหนือนั้นเก่งมาก เพราะโอกาสที่ทีมฟุตบอลเกาหลีเหนือจะได้พัฒนาเทคนิคการเล่นหรือมีโค้ชฝึกสอนจากต่างประเทศนั้นมีน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับเกาหลีใต้
           
           แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังตอบแบบไว้ลายชาวเกาหลีใต้ว่า โอกาสที่ทั้งสองทีมจะมาเจอกันในการแข่งขันนั้นคงยาก แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาเชื่อว่าเกาหลีเหนือคงแพ้ตกรอบไปก่อนเกาหลีใต้แน่นอน


    ลี เมียง บัค ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

     

    คิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือ

     

       พี่น้องสำคัญกว่าการเมือง
           

           มาถึงมุมมองแบบเครียดในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังตึงเครียดขนาดหนักอยู่ในตอนนี้ ในมุมมองของ ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออก มองว่าถึงที่สุดแล้ว วิกฤตการณ์ครั้งนี้น่าจะคลี่คลายได้ เพราะเกาหลีเหนือเองคงไม่กล้าที่จะรุกรานใคร
           
           เขาอธิบายถึงปัญหาระหว่าง 2 เกาหลีว่า จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย เพราะคนส่วนใหญ่ยังมีความรู้สึกผูกพันกันอยู่ แต่ที่เกิดปัญหาขึ้นมาก็เนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่มีต่อเกาหลีเหนือนั้นเปลี่ยนแปลงไป โดยรัฐบาลที่นำโดยนายลี เมียง บัค ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้มีแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงและความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ทำให้ที่ผ่านมา เกิดกระแสการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนที่มีอคติกับเกาหลีเหนือออกมาต่อต้านเกาหลีเหนือในประเด็นต่างๆ เช่น การประท้วงเรื่องที่เกาหลีเหนือจะทดลองขีปนาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้วพวกหัวรุนแรงเหล่านี้มีจำนวนน้อยมาก และถ้าจะให้เทียบจริงๆ คนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่กลัวการรุกรานของสหรัฐอเมริกามากกว่าเกาหลีเหนือเสียอีก
           
           “ถ้าเทียบกับสมัยประธานาธิบดีโนห์ มู เฮียน หรือ คิม แด จุง นโยบายจะผ่อนปรนกว่ามาก เพราะเขาเข้าใจเกาหลีเหนือ เขาเห็นใจ และไม่คิดว่าเกาหลีเหนือจะเป็นภัยคุกคาม”
           
           แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า คนเกาหลีใต้จะไม่กลัวเกาหลีเหนือสักทีเดียว เรื่องบางเรื่อง อย่างขีปนาวุธเอง คนเกาหลีใต้หลายๆ คนก็รู้สึกหวั่นอยู่เหมือนกัน อย่างจะเห็นได้ว่าล่าสุดเกาหลีใต้ได้ลงนามในสัญญาเพื่อให้สหรัฐอเมริกาคุ้มครองอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะอาวุธที่เกาหลีเหนือผลิตขึ้นนั้นมีความรุนแรงสูง สามารถยิงได้ไกลถึงอลาสกาเลยทีเดียว
           
           “ที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติก็พยายามจะให้เกาหลีเหนือยุติการทดลองอาวุธ แต่ไม่ได้ผล เพราะเกาหลีเหนือก็มองว่าตัวเองสามารถทำได้ เหมือนกับชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา อินเดีย ปากีสถาน ที่สะสมอาวุธเต็มไปหมด และถ้าจะให้พูดกันจริงๆ ที่ผ่านมาชาติตะวันตกก็ไม่เคยช่วยเหลือเขาอย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นถ้ามองในแง่นี้เขาก็มีสิทธิ์จะป้องกันตัวเองจากประเทศอื่น มีสิทธิ์ที่จะกลัวประเทศอื่นจะมารุกรานเหมือนกัน คือเขาก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นเหมือนอิรักที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้เลย และที่สำคัญโดยส่วนตัวแล้วผมก็เชื่อว่า เกาหลีเหนือเองก็ไม่กล้าที่จะรุกรานประเทศอื่นก่อน โดยเฉพาะเกาหลีใต้ เพราะถ้าเขารุกรานก็จะถูกตอบโต้จากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาแน่นอน”
           
           สำหรับในประเด็นที่ทั้ง 2 เกาหลีได้ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ก็มองว่าคงไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ทั้ง 2 ประเทศก็ถือเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน เหมือนเป็นพี่น้องกัน เคยผ่านประสบการณ์สงครามร่วมกัน เพราะฉะนั้นความเป็นคู่แข่งหรือคู่อาฆาตเหมือนที่เกิดขึ้นระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นคงไม่มี แล้วในช่วงที่ผ่านมา หากสังเกตจะพบว่าเวลามีการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ อย่างกีฬาโอลิมปิคหรือเอเชี่ยนเกมส์ ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ก็มักจะเดินพาเหรดในพิธีเปิด-ปิดร่วมกันเสมอ
           
           “คนสอง ประเทศ เขาไม่ขัดแย้งกันหรอก มีแต่ระดับผู้นำเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความตึงเครียด คือทุกคนเขาก็มองว่าพวกเราเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เขาถือว่าเลือดนั้นข้นกว่าน้ำ แล้วเดี๋ยวนี้คนเกาหลีใต้ที่เห็นอกเห็นนใจเกาหลีเหนือก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องคนที่ปลุกระดมหรือพวกบ้าคลั่งชาตินิยมก็จะมีบ้าง คือเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ มีทุกประเทศ ประเทศเราก็มี แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก”
           
           ถามต่อไปว่าเป็นไปได้มั้ยที่เกาหลีเหนืออาจจะถูกกีดกันไม่ให้เข้าแข่งขันฟุตบอลโลก ศ.ดร.ไชยวัฒน์บอกว่าโดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะทำได้ เพราะโดยทั่วไปแล้วกีฬากับการเมืองนั้นถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากการแข่งกีฬาโดยทั่วไปไม่สนใจเรื่องอุดมการณ์หรือการปกครอง แต่ถ้าจะมีก็คงจะเป็นประเทศตะวันตกบางประเทศเท่านั้น ที่ชอบเอาสองเรื่องมาปะปนกัน
           ………..
           
           ต้องติดตามว่าฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เกาหลีเหนือจะแสดงแสนยานุภาพของ ''''''''ผู้ทรงอิทธิพลทางนิวเคลียร์ที่น่าภาคภูมิใจ'''''''' (เขาชมตัวเองว่าอย่างนั้น) ให้เป็นที่ประจักษ์ได้หรือไม่ เพราะการเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านนิวเคลียร์ ไม่ได้เกี่ยวกันเลยกับเกมลูกหนังในสนาม
            
           
           **********

     

      สงครามเกาหลียังไม่จบ
           

           ว่าไปแล้วสงครามเกาหลีก็เปรียบเสมือนสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น ที่แต่ละฝ่ายต่างถือหางกันคนละฝ่าย โดยสหรัฐอเมริกายืนข้างเกาหลีใต้ซึ่งเป็นฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย ขณะที่เกาหลีเหนือเป็นคอมมิวนิสต์และถูกหนุนหลังโดยจีนและสหภาพโซเวียต
           
           สงครามเกาหลีเกิดขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน 2493 เมื่อกองทัพเกาหลีเหนือภายใต้การนำของ จอมพล โช ยอง กุน เคลื่อนกำลังพล 60,000 นาย บุกข้ามเส้นขนานที่ 38 และเข้ายึดกรุงโซลได้ภายใน 2 วัน แต่พอถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2498 กองกำลังผสม 15 ชาติ นำโดยสหรัฐอเมริกาและนายพลดักลาส แม็คอาเธอร์ก็ตีโต้กลับและผลักดันกองกำลังของเกาหลีเหนือออกไปได้ในที่สุด ผลของสงครามในแง่ชีวิตคนนั้น มีผู้เสียชีวิตไปถึง 2 ล้านกว่าคน เพื่อยืนยันว่าสงครามยังคงเป็นประดิษฐกรรมที่งี่เง่าของมนุษย์อยู่เช่นเดิม
           
           แต่อย่าเข้าใจผิดว่าสงครามเกาหลีจบไปแล้ว อันที่จริง สงครามเกาหลีไม่เคยจบ ไม่มีการประกาศยุติสงครามอย่างเป็นทางการใดๆ มีเพียงการประกาศข้อตกลงพักรบในปี 2496 เท่านั้น และมันก็ถูกยกเลิกเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยเกาหลีเหนือเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีคุกรุ่นขึ้นมาอีกรอบ
           
           
    ***********
           เรื่อง-ทีมข่าวปริทรรศน์

    โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 24 มิถุนายน 2552 09:12 น

    http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000071068


     

    9
    Tag:

    Post by: Pati | 2009-06-24, 11:02:45

    Other Article in : My Catagory

    Google-Facebook ฟัดกันนัว? (0)2010/02/10

    กองทัพเถื่อนส่อกบฏ!! “ประสงค์” จี้รัฐตัดไฟแต่ต้นลม ระวังทหารแก่โผล่แจมหลังแดงจลาจล (0)2010/02/04

    "ไมก้า ชูนวลศรี" แข้งลูกครึ่งไทย-เวลส์ (0)2009/07/03

    กระตุ้นไทยลีกส.ว.กีฬาดันถ่ายฟรีทีวี (0)2009/06/26

    "ปีเตอร์ แลง" นักเตะลูกครึ่งทีมชาติไทยคนล่าสุด (1)2009/06/25

    Trackback URL Link This Post :

    (3)

    • Trackback From: Humanist    2009-06-24 12:45:39
    • Title: The Declaration to The National State of Affairs by Bloggers in Korea
    • The Declaration to The National State of Affairs by Bloggers in Korea Proclaimed to the Public Enemy No.1, The Rat   Declared by Joon H. Park English Translation by Joon H. Park Originally Written in Korean by 몽양부활[dangun76]   The Oppressor and the loved "Poodle" to Japs king Akihito(monkey at right),Lee Myoung Bak(monkey at left), 17th President of Korea. The Most ashamed president ever in the national history of Korea.   01. [The Right of Free Expression in..
    • Trackback From: Humanist    2009-06-24 12:53:43
    • Title: Remembrance of Roh Moo Hyoun
    •   사람 사는 세상 구현을 위해 헌신하신 대한민국 16대 대통령 노무현을 기리며 Remembrance of 16th President of Republic of Korea, Roh Moo Hyoun   By Joon H. Park   인간 노무현님께서 돌아가셨습니다.  지지자였고 “그의 인생 철학(사람 사는 세상 구현 및 상식적인 세상 구현)”에 박수를 보내던 단군 박공이 그의 발자취를 간략히 돌아보고 그를 기리고자 단군 박공의 시각으로..
    • Trackback From: Humanist    2009-06-24 12:53:50
    • Title: 대한민국 16대 대통령 노무현[16th President of Republic Of Korea Roh Moo Hyoun]
    • 대한민국 16대 대통령 노무현 16th President of Republic Of Korea Roh Moo Hyoun   Journal by Joon H. Park Photos by 사람 사는 세상 and Various News Media     오늘은 제 블로그에서 돌아가신 노무현님을 기리는 두 번째 글입니다.  이 글에서는 우리 노무현님이 대한민국의 16대 대통령으로써 강대국들의 수장을 대상으로 어떤 모습을 우리 국민들에게 보여 주었는지를 살펴 보고자 합니다.   세상에는..

    (3)

    • pod   2009-06-24 12:02:15   ตอบกลับ   

      เมื่อไร ไทยจะไปบอลโลก??

      คงเพราะบ้านเรา สบายเกินไป ระบบระเบียบความจริงจังในแต่ละเรื่องยังไม่มีตัวผลักดันที่จะไปให้ถึง เมืองในมุมกลับ ของการเป้นอยู่ชาติ

      เกาหลีเหนื้อ/ใต้ มีสงครามกลางเมืองเมื่อ50-60 ปีก่อน
      ญี่ปุ่น/สงครมโลก
      อิหร่าน/สงครามเมือง
      อิรัก/สงครามโลก
      จีน/คอมมิวนิสต์ ปากกัดตีนถีบ แก่งแย่งกัน

      อันนี้มาให้ดูครา่วๆว่าประเทศแถบเอเชียที่ไปบอลโลกได้ ส่วนใหญ่มีปัญหาในชาติแบบรุนแรง

      ไม่ใช่รุนแรงโกงกินแบบบ้านเรา

    • Humanist   2009-06-24 13:09:23   ตอบกลับ   

      Mother Fucker, Lee Myoung Bak, the17th President of South Korea...He is a true ass hole, indeed...Thai people may be don not know what really happens in Korea now...This fucker oppresses all bloggers and internet users in Korea since the easy and equal accessibility for information to ordinary people...And this fucker try to install a new "Media Legislation" in order to get public television companies such as KBS and MBC television stations...

      Lee Myoung Bak was born in Osaka, Japan which nation attacked and invaded all Asian nations during the World War Two and he was sentenced as a criminal 14 times by the court...He is a person like "Sontee Limtongkun" from Pantimit or "Thaksin" from PPP...Shame, indeed...

      All Korean bloggers and national people hate him so much...

      I hope North Korea shoot some missile to his official government, "CheongWaDae(Green Slated House)"...We all call him as "The Rat"...

    • Humanist   2009-06-24 13:16:44   ตอบกลับ   

      If u see the image that I track back to this post, there are two monkeys, Fucker Lee at left and the monkey and the WWII criminal at right "Ahkihito"...This fucker, Lee kneel down in front of this war criminal...This is unacceptable for the people of Korea, North and South...And u can compare our former president, 16th President of South KOrea, Roh Moo Hyoun from the 2nd track back that I attached here in ur same post...He was murdered by this mother fucker on May 23rd last month...He was true president and only one who offered real freedom as well as decent democracy to the people of Korea...Have a look at these images from my articles, u''ll know what I am talking about here in this reply...

    สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ

    Name:

    Password:

    Homepage:

    Description: